“หนู…”
พูดไม่ออกบอกไม่ถูก คิดว่าฝันที่แท้ของจริง
กินตับใครไม่กินดันมากินตับเจ้าที่เจ้าทาง ยัยกะทิก็กินของแรร์เกิ๊น
“หนู…ขอโทษนะคะ หนูไม่รู้ว่าเป็นท่าน”
“ไม่รู้ได้อย่างไรกัน!
เจ้าเอาหน้ามาเกลือกกลั้วข้าไปทุกอณูเช่นนั้น
ยังจะบอกไม่รู้อีกเหรอ? ฮือออ ยัยเด็กบ้า ยัยกะทิบูด ฮือออ”
สะบัดสะบิ้งเรือนกายออกจากการกอดกุม
ควานหาผ้านวมมาห่มร่างไม่ให้เปลือยเปล่าล่อนจ้อน
ด้วยยามนี้แดดกำลังดี ส่องแสงผ่านผ้าม่าน เห็นไปถึงไหนต่อไหน
ลลิตาอายแต่ดูเหมือนกุลามาศจะไม่คิดเช่นนั้น
ยัยผมแดงหัวฟูยังอวดเรือนร่างไม่ยอมหาอะไรมาปิดบัง
“เจ้าไปใส่อาภรณ์เลยไป อุจาดตา!” ไล่ทั้ง ๆ ที่ตาหลุกหลิกพิกล
กุลามาศยิ้มกริ่ม ยืนขึ้นอวดร่างตนเองอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่เห็นจะอุจาดตาตรงไหนเลย นี่หนูมีร่องสิบเอ็ดด้วยนะคะ ดูสิ”
ผายมือหมุนตัวเชื้อเชิญสุด ๆ
“ไม่ดู!”
“เอ…หรือว่าเมื่อคืนท่านเจ้าที่เห็นของหนูหมดแล้วนะ…”
“เหอะ! ฮือออ” น้ำตาไหลอีกครา เมื่อคิดถึงส่วนที่เสียไป
“เจ้ามันบ้า! บ้าที่สุด เจ้าพรากพรหมจรรย์แปดสิบห้าปีของข้าไป! ฮืออออ”
“ฮ้า! อะไรนะคะ พรหมจรรย์แปดสิบห้าปีเลยเหรอคะ?
นี่ท่านเจ้าที่ไม่เคยได้เสียกับใครเลยงั้นเหรอ? โห…ชีวิตห่อเหี่ยวจริง ๆ”
“ยัยกะทิเน่า! ยังจะมาปากดีอีกนะ เดี๋ยวเถอะ
ให้ข้ากลับไปเป็นจะ…เจ้า…ที่” ดวงตาคมเบิกกว้างอีกครา
เมื่อคิดถึงข้อนี้ หากมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ลลิตาจะต้องกลายเป็นมนุษย์ไปด้วย
